| |

ฟิลเลอร์ กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร? ปัญหาแบบไหนควรเลือกทำอะไร

ฟิลเลอร์ กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร

ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์เป็นหัตถการที่ใช้ดูแลริ้วรอยและปรับรูปหน้า แต่มีหลักการทำงานและเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน ทำให้หลายคนสงสัยว่า ฟิลเลอร์ กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร และควรเลือกวิธีไหนให้เหมาะกับตัวเอง

ในบทความนี้ ยองโด คลินิก จะพาไปทำความเข้าใจการทำงาน จุดประสงค์ และความแตกต่างของทั้งสองหัตถการ พร้อมข้อควรรู้ก่อนทำ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรึกษาแพทย์และเลือกวิธีดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคลค่ะ

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

ติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขาปราจีน-02
ปุ่มไลน์ Youngdo Surgery
ปุ่มไลน์ Youngdo Skin
ติดต่อ Messenger-03

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าสู่เนื้อเยื่อเพื่อเพิ่มปริมาตรบริเวณที่ยุบตัว เติมร่องลึก หรือปรับสัดส่วนใบหน้า โดยฟิลเลอร์ที่นิยมใช้คือ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายและมีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ช่วยให้บริเวณที่ฉีดดูอิ่มและเรียบเนียนขึ้น

ฟิลเลอร์ HA จะค่อย ๆ ย่อยสลายตามกระบวนการของร่างกาย โดยระยะเวลาของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด และการตอบสนองของแต่ละบุคคลค่ะ

โบท็อกซ์ (Botox) คืออะไร

ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

ติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขาปราจีน-02
ปุ่มไลน์ Youngdo Surgery
ปุ่มไลน์ Youngdo Skin
ติดต่อ Messenger-03

โบท็อกซ์ (Botox) คืออะไร?

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นคำที่นิยมใช้เรียกการฉีด โบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) ซึ่งออกฤทธิ์ลดการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำงานลดลงชั่วคราว จึงช่วยให้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยขมวดคิ้ว รอยหน้าผาก และรอยตีนกา ดูจางลง โดย Botox เป็นชื่อการค้าหนึ่งของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้

นอกจากนี้ แพทย์อาจใช้โบทูลินัมท็อกซินเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อกรามในผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่ ทั้งนี้ควรประเมินสาเหตุก่อน เพราะรูปหน้าที่กว้างอาจเกี่ยวข้องกับกระดูก ไขมัน หรือโครงสร้างส่วนอื่นร่วมด้วย

ฟิลเลอร์ กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร?

หากสงสัยว่าฟิลเลอร์ กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร จุดสำคัญคือทั้งสองหัตถการมีหลักการทำงานและเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน สามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบโปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler)โปรแกรมโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin)
สารที่ใช้ฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่นิยมใช้Botulinum Toxin
กลไกการทำงานเพิ่มปริมาตรบริเวณที่ยุบตัวหรือมีร่องลึกลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดชั่วคราว
ปัญหาที่เหมาะกับการดูแลร่องลึก ใต้ตาลึก ขมับตอบ รวมถึงการปรับคางหรือริมฝีปากริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า และกรามเด่นจากกล้ามเนื้อ
ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด และแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด และสภาพร่างกายของแต่ละคน
ฟิลเลอร์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ฟิลเลอร์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ฟิลเลอร์สามารถใช้เติมปริมาตร ปรับสัดส่วนใบหน้า และดูแลปัญหาผิวบางด้านได้ โดยมีจุดเด่นหลัก ๆ ดังนี้

1. เติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยบางประเภท

ช่วยเติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือบริเวณใต้ตา ทำให้ผิวดูตื้นขึ้นและผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้น โดยแพทย์จะประเมินสาเหตุของร่องก่อนฉีด

2. เพิ่มวอลลุ่มบริเวณที่ยุบตัว

ช่วยเติมปริมาตรบริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม เช่น ขมับตอบหรือแก้มตอบ เพื่อให้ใบหน้าดูอิ่มขึ้นและสัดส่วนโดยรวมดูกลมกลืนมากขึ้น

3. ปรับรูปทรงและสัดส่วนของใบหน้า

ฟิลเลอร์สามารถใช้เพิ่มปริมาตรและปรับรูปทรงในบางบริเวณ เช่น คางและริมฝีปาก ส่วนการฉีดบริเวณหน้าผากควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดสำคัญ

4. เพิ่มความชุ่มชื้นและปรับปรุงคุณภาพผิว

ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) บางประเภทสามารถใช้เพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนขึ้น โดยคุณสมบัติและวิธีฉีดจะแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์

โบท็อกซ์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

ติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขาปราจีน-02
ปุ่มไลน์ Youngdo Surgery
ปุ่มไลน์ Youngdo Skin
ติดต่อ Messenger-03

โบท็อกซ์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

โบทูลินัมท็อกซินออกฤทธิ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดชั่วคราว จึงสามารถนำมาใช้ดูแลริ้วรอยและปรับรูปหน้าในบางกรณีได้ ดังนี้

1. ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า

ช่วยให้ริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น รอยหน้าผาก รอยหว่างคิ้ว และรอยตีนกาบริเวณหางตาดูจางลง

2. ลดการทำงานของกล้ามเนื้อกราม

ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาหน้าเหลี่ยม กรามใหญ่ โดยกล้ามเนื้ออาจค่อย ๆ มีขนาดลดลงตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล

3. ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กสำหรับผู้มีปัญหากรามใหญ่

เมื่อกล้ามเนื้อกรามมีขนาดลดลง บริเวณกรามอาจดูแคบลง ส่งผลให้รูปหน้าโดยรวมดูเรียวขึ้น ทั้งนี้ หากปัญหาเกิดจากโครงสร้างกระดูกหรือไขมัน ผลลัพธ์อาจแตกต่างกัน

4. ลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะจุดเพื่อปรับรูปทรง

โบทูลินัมท็อกซินอาจนำมาใช้ลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะจุดในบางกรณี เช่น บริเวณคอหรือกล้ามเนื้อบางส่วนของใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินข้อบ่งใช้ ตำแหน่ง และปริมาณที่เหมาะสมก่อนทำ

โปรแกรมฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ นิยมทำบริเวณไหนบ้าง?

ตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์และโบทูลินัมท็อกซินจะแตกต่างกันตามปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยบริเวณที่นิยมทำ มีดังนี้

บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

  • ใต้ตา เติมร่องลึกหรือบริเวณที่ยุบตัวใต้ตาในบางกรณี
  • ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ช่วยให้ร่องลึกดูตื้นลง
  • คาง ปรับรูปทรงและสัดส่วนของคางให้รับกับใบหน้า
  • ขมับและแก้มตอบ เติมปริมาตรบริเวณที่ยุบตัว
  • ริมฝีปาก เพิ่มความอิ่ม ปรับขอบปาก หรือรูปทรงริมฝีปาก
  • หน้าผาก เติมปริมาตรและปรับให้หน้าผากดูมีมิติมากขึ้น

บริเวณที่นิยมฉีดโบท็อกซ์

  • หน้าผาก ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
  • หว่างคิ้ว ลดรอยจากการขมวดคิ้ว
  • หางตา ช่วยให้รอยตีนกาดูจางลง
  • กล้ามเนื้อกราม ลดการทำงานของกล้ามเนื้อกรามในผู้ที่มีกรามเด่น
  • บริเวณกรอบหน้า อาจใช้ในบางเทคนิคเพื่อปรับการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าส่วนล่าง
  • รอบริมฝีปากและลำคอ ใช้ดูแลริ้วรอยหรือการทำงานของกล้ามเนื้อบางตำแหน่งตามการประเมินของแพทย์

ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์และโบทูลินัมท็อกซินในแต่ละตำแหน่งมีข้อบ่งใช้และความเสี่ยงแตกต่างกัน โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและรอบดวงตาที่มีโครงสร้างหลอดเลือดและกล้ามเนื้อสำคัญ จึงควรให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการค่ะ

ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์และโบทูลินัมท็อกซินมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกันตามหลักการทำงาน การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการดูแลและการประเมินของแพทย์ ดังนี้

รายการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์
ข้อดีเติมปริมาตรบริเวณที่ยุบตัวหรือมีร่องลึก และปรับรูปทรงใบหน้าบางบริเวณ โดยฟิลเลอร์ HA สามารถพิจารณาฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าและการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด โดยใช้เวลาทำหัตถการไม่นานในหลายกรณี
ข้อจำกัดอาจมีอาการบวม ช้ำ เป็นก้อน หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีด รวมถึงผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราวไม่สามารถเติมปริมาตรบริเวณที่ยุบตัวได้ ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราว และอาจกระทบกล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงหากฉีดไม่เหมาะสม

ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ เหมาะกับใครบ้าง?

การเลือกฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ควรพิจารณาจากลักษณะปัญหาและสาเหตุที่ต้องการดูแล โดยสามารถใช้แนวทางเบื้องต้นได้ดังนี้

  • ผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า อาจเหมาะกับโบท็อกซ์ เช่น รอยตีนกา รอยหน้าผาก และรอยหว่างคิ้ว
  • ผู้ที่มีร่องลึกหรือบริเวณใบหน้ายุบตัว อาจเหมาะกับฟิลเลอร์ เช่น ร่องแก้ม ใต้ตาลึก หรือบริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม
  • ผู้ที่มีแก้มตอบหรือขมับตอบ ฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมปริมาตรให้ใบหน้าดูอิ่มและสมดุลขึ้น
  • ผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ โบทูลินัมท็อกซินอาจช่วยลดการทำงานและขนาดของกล้ามเนื้อกราม ทำให้บริเวณกรามดูแคบลงในบางราย
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปคางหรือริมฝีปาก ฟิลเลอร์สามารถใช้เพิ่มปริมาตรและปรับรูปทรงให้เหมาะกับสัดส่วนใบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาหลายอย่างร่วมกัน บางกรณีแพทย์อาจพิจารณาใช้ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ร่วมกัน เพื่อดูแลทั้งร่องลึก การสูญเสียปริมาตร และริ้วรอยจากการทำงานของกล้ามเนื้อ

อาการหลังฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร?

หลังฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์อาจพบอาการชั่วคราวแตกต่างกันตามตำแหน่งและการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยฟิลเลอร์อาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือรอยเข็มบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ลดลงตามระยะฟื้นตัว ส่วนโบท็อกซ์อาจมีรอยเข็ม บวม หรือตุ่มเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วงแรก และค่อย ๆ ดีขึ้นหลังทำ

หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวบริเวณที่ฉีดซีดหรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ควรรีบเข้ารับการประเมินจากแพทย์ทันที และหากมีอาการมองเห็นผิดปกติ กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก ควรเข้ารับการรักษาฉุกเฉินโดยไม่รอให้อาการดีขึ้นเองค่ะ

ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ สามารถฉีดพร้อมกันในวันเดียวได้ไหม?

ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์สามารถพิจารณาทำร่วมกันได้ในบางกรณี เนื่องจากทั้งสองหัตถการมีหลักการทำงานแตกต่างกัน โดยฟิลเลอร์เน้นเติมปริมาตรหรือร่องลึก ส่วนโบท็อกซ์ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอย

แพทย์จะประเมินปัญหา ตำแหน่งที่ต้องการฉีด ปริมาณ และลำดับการทำหัตถการก่อนวางแผนว่าควรทำพร้อมกันหรือแยกทำในแต่ละครั้ง

โปรแกรมฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ ราคาเท่าไหร่?

ราคาฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น ปริมาณที่ใช้ และตำแหน่งที่ฉีด โดยฟิลเลอร์มักคิดตามจำนวน CC ส่วนโบท็อกซ์จะพิจารณาจากจำนวนยูนิต (Unit) และบริเวณที่ต้องการดูแล จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเพื่อวางแผนปริมาณและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม

ที่ ยองโด คลินิก โปรแกรมฟิลเลอร์มีราคาเริ่มที่ 3,999 บาทต่อ 1 cc ส่วนโปรแกรมโบท็อกซ์มีราคาเริ่มที่ 999 บาท โดยค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น ปริมาณ และบริเวณที่ฉีด จึงควรสอบถามจำนวนยูนิตและเงื่อนไขราคาก่อนเข้ารับบริการค่ะ

ก่อนฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและเตรียมตัวให้เหมาะสม เพื่อให้แพทย์วางแผนการทำหัตถการได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • แจ้งยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เช่น แอสไพริน ยากลุ่ม NSAIDs วิตามินอี น้ำมันปลา หรือแปะก๊วย โดยไม่ควรหยุดยาเองหากแพทย์ไม่ได้แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ในช่วงก่อนทำตามคำแนะนำของแพทย์
  • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และประวัติการทำหัตถการบริเวณใบหน้าให้แพทย์ทราบ
  • หากบริเวณที่จะฉีดมีแผล ผื่น การอักเสบ หรือเพิ่งทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

หลังฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์อาจแตกต่างกันตามตำแหน่งและหัตถการที่ทำ จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก โดยมีแนวทางทั่วไป ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก เว้นแต่แพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูงและหัตถการบริเวณใบหน้าตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
  • สังเกตอาการหลังทำ หากมีอาการปวดมาก บวมแดงร้อน หรือมีอาการผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์เพื่อรับการประเมิน

เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

ก่อนเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรพิจารณาทั้งมาตรฐานสถานพยาบาล แพทย์ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และการดูแลหลังทำ ดังนี้

  • เป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและสามารถตรวจสอบข้อมูลได้
  • มีแพทย์ประเมินปัญหา โครงสร้างใบหน้า และความเหมาะสมก่อนฉีด
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มา ข้อมูลการขึ้นทะเบียน และเลข Lot ได้
  • มีขั้นตอนดูแลความสะอาดและจัดเก็บผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม
  • แจ้งราคา ปริมาณที่ใช้ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ข้อจำกัด และความเสี่ยงก่อนทำ
  • มีคำแนะนำและช่องทางติดตามอาการหลังทำหัตถการ

ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ที่ ยองโด คลินิก มีจุดเด่นอะไรบ้าง?

ยองโด คลินิก ให้ความสำคัญกับการประเมินโครงสร้างใบหน้าและเลือกหัตถการให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยมีจุดเด่นดังนี้

  • มีแพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและปัญหาที่ต้องการดูแลก่อนวางแผนฉีด
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลและเลข Lot ได้
  • วางแผนตำแหน่งและปริมาณให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละบุคคล
  • ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่คาดหวัง ข้อจำกัด และการดูแลหลังทำก่อนตัดสินใจ
  • ให้ความสำคัญกับความสะอาดและมาตรฐานในการทำหัตถการ
  • มีคำแนะนำและการติดตามอาการหลังรับบริการ

รีวิวฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ที่ ยองโด คลินิก

ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

ติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขาปราจีน-02
ปุ่มไลน์ Youngdo Surgery
ปุ่มไลน์ Youngdo Skin
ติดต่อ Messenger-03

สรุป

ฟิลเลอร์ กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร? ทั้งสองหัตถการมีหลักการทำงานแตกต่างกัน โดยฟิลเลอร์เน้นเติมปริมาตรและร่องลึก ส่วนโบท็อกซ์ช่วยลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า และอาจช่วยให้บริเวณกรามดูเล็กลงในผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ ทั้งนี้ แพทย์อาจพิจารณาใช้ร่วมกันในบางกรณีตามความเหมาะสม

สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกวิธีไหน สามารถปรึกษาแพทย์ที่ ยองโด คลินิก เพื่อประเมินปัญหาและเลือกหัตถการที่เหมาะสม พร้อมทำความเข้าใจผลลัพธ์ที่คาดหวัง ข้อจำกัด และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจค่ะ

FAQ

ขึ้นอยู่กับปัญหามากกว่าอายุ หากมีกล้ามเนื้อกรามเด่นอาจพิจารณาโบท็อกซ์ ส่วนผู้ที่ต้องการปรับคาง ริมฝีปาก หรือเติมบริเวณที่ยุบตัวอาจพิจารณาฟิลเลอร์ค่ะ

ทั้งสองหัตถการมักพักฟื้นไม่นาน แต่อาจมีรอยแดง บวม ช้ำ หรือรอยเข็มในช่วงแรก โดยอาการแตกต่างกันตามตำแหน่งและแต่ละบุคคลค่ะ

ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณรอยเข็มในช่วงแรก และรอให้ผิวไม่มีเลือดซึมหรือระคายเคืองก่อน โดยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ

ไม่มีระยะเวลาตายตัว โดยโบท็อกซ์ควรพิจารณาฉีดซ้ำเมื่อฤทธิ์เริ่มลดลง ส่วนฟิลเลอร์ควรประเมินปริมาตรที่เหลือก่อนเติมเพิ่มค่ะ

โบท็อกซ์จะค่อย ๆ หมดฤทธิ์ตามเวลา ส่วนฟิลเลอร์ชนิด HA จะค่อย ๆ สลายตามกระบวนการของร่างกาย และแพทย์อาจใช้ Hyaluronidase เพื่อช่วยสลายฟิลเลอร์ HA ได้ในบางกรณีค่ะ