ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร วิธีใช้ กลไกการทำงาน และข้อควรรู้ก่อนเริ่มใช้

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร?

ปากกาลดน้ำหนัก คือนวัตกรรมดูแลรูปร่างในรูปแบบยาฉีดใต้ผิวหนังที่ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวกในลักษณะคล้ายปากกา ตัวยาช่วยเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความหิวและระดับน้ำตาลในเลือด จึงช่วยลดความอยากอาหาร อิ่มได้นานขึ้น และสนับสนุนการปรับพฤติกรรมการกินในระยะยาว โดยการใช้ปากกาลดน้ำหนักควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยในการรักษา

ปากกาลดน้ำหนักมีลักษณะอย่างไร

ปากกาลดน้ำหนักถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และช่วยให้การฉีดยาเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยมีลักษณะเด่นดังนี้

  • ตัวด้ามทรงปากกา
    มีรูปทรงเรียวยาวคล้ายปากกา จับถนัดมือ และดูใช้งานง่ายกว่าการใช้เข็มฉีดยาทั่วไป
  • หลอดบรรจุยาภายในตัวเครื่อง
    ตัวยาถูกบรรจุอยู่ภายในด้ามอย่างมิดชิด พร้อมใช้งานได้สะดวกตามคำแนะนำของแพทย์
  • เข็มขนาดเล็กพิเศษ (Micro-needle)
    ปลายเข็มมีขนาดเล็กและสั้น ออกแบบสำหรับฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะใช้งาน
  • ปุ่มปรับปริมาณยา
    สามารถหมุนปรับปริมาณยา (Dose) ได้ตามที่แพทย์กำหนด ช่วยให้ใช้งานได้แม่นยำมากขึ้น
  • หน้าต่างแสดงตัวเลข
    มีช่องแสดงปริมาณยาชัดเจน ช่วยตรวจสอบการตั้งค่าและลดโอกาสเกิดความผิดพลาดในการฉีดยา
ปากกาลดน้ำหนักมีลักษณะอย่างไร

กลไกการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนในกลุ่ม Incretin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร เพื่อช่วยควบคุมความหิวและระดับน้ำตาลในเลือด ตัวยาจะออกฤทธิ์ต่อสมองส่วนที่ควบคุมความอิ่ม ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น และลดความอยากอาหารระหว่างวัน

นอกจากนี้ ปากกาลดน้ำหนักยังช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารในกระเพาะ ทำให้รู้สึกหิวน้อยลง รวมถึงช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายนำพลังงานไปใช้ได้เหมาะสม และช่วยลดโอกาสการสะสมของไขมันใหม่ในระยะยาว

GLP-1 และ GIP คืออะไร?

GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) และ GIP (Gastric Inhibitory Polypeptide) เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความหิว การเผาผลาญพลังงาน และระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งร่างกายจะหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร

โดย GLP-1 มีบทบาทในการช่วยให้อิ่มเร็ว ลดความอยากอาหาร และชะลอการทำงานของกระเพาะอาหาร ส่วน GIP จะช่วยสนับสนุนการเผาผลาญพลังงานและการจัดการไขมันในร่างกาย เมื่อฮอร์โมนทั้งสองชนิดทำงานร่วมกันในรูปแบบ Dual Agonist จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับการออกฤทธิ์ของ GLP-1 เพียงอย่างเดียว

ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

ติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขาปราจีน-02
ติดต่อ Line-04
ติดต่อ Messenger-03

ปากกาลดน้ำหนักในปัจจุบันมีกลุ่มตัวยาอะไรบ้าง?

ปัจจุบันตัวยาที่ใช้ในปากกาลดน้ำหนักสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ตามกลไกการออกฤทธิ์ของยา ดังนี้

  • กลุ่ม GLP-1 Receptor Agonists
    เช่น Liraglutide และ Semaglutide ออกฤทธิ์โดยช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น มีทั้งรูปแบบฉีดทุกวันและฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและแผนการรักษาของแพทย์
  • กลุ่ม Dual GLP-1 และ GIP Receptor Agonists
    เช่น Tirzepatide ซึ่งเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ทำงานร่วมกันทั้ง 2 กลไก ช่วยควบคุมความหิว ควบคู่กับการสนับสนุนระบบเผาผลาญพลังงานและการจัดการไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro (มอนจาโร) มีจุดเด่นอย่างไร?

Mounjaro (มอนจาโร) เป็นปากกาลดน้ำหนักรุ่นใหม่ที่ใช้กลไกการออกฤทธิ์แบบ Dual Mechanism ช่วยควบคุมความหิวควบคู่กับการสนับสนุนระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

  1. ออกฤทธิ์แบบ 2 in 1
    Mounjaro เป็นยาที่ทำงานร่วมกันทั้ง GLP-1 และ GIP ช่วยลดความอยากอาหาร พร้อมสนับสนุนการเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับยาบางรุ่นก่อนหน้า
  2. ช่วยลดน้ำหนักได้ค่อนข้างดี
    จากข้อมูลการศึกษา พบว่ามีส่วนช่วยลดน้ำหนักและสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการปรับพฤติกรรม
  3. ฉีดเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
    ตัวยาออกฤทธิ์ได้นาน จึงสะดวกต่อการใช้งานและช่วยลดความยุ่งยากในการฉีดยาบ่อยครั้ง
  4. ช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม
    นอกจากเรื่องการควบคุมน้ำหนัก ยังมีส่วนช่วยดูแลระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมมากขึ้น

ปากกาลดน้ำหนักช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

การใช้ปากกาลดน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องการลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยปรับสมดุลความหิวและระบบเผาผลาญของร่างกายในระยะยาว โดยมีประโยชน์ที่น่าสนใจดังนี้

ปากกาลดน้ำหนักช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
  1. ช่วยควบคุมความหิวได้ดีขึ้น
    ลดความอยากอาหารระหว่างวัน รวมถึงช่วยลดการกินจุบจิบหรือความอยากของหวานและแป้ง
  2. ช่วยปรับพฤติกรรมการกิน (Portion Control)
    ทำให้อิ่มเร็วขึ้นแม้รับประทานในปริมาณน้อยลง จึงช่วยควบคุมปริมาณแคลอรีได้ง่ายขึ้น
  3. ช่วยลดการสะสมไขมันใหม่
    การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น ช่วยลดโอกาสที่พลังงานส่วนเกินจะเปลี่ยนไปสะสมเป็นไขมัน
  4. สนับสนุนระบบเผาผลาญพลังงาน
    โดยเฉพาะกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ร่วมกับ GIP ซึ่งช่วยให้ร่างกายนำพลังงานจากไขมันมาใช้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  5. ช่วยรักษาน้ำหนักในระยะยาว
    เมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม จะช่วยสร้างวินัยการกินและลดโอกาสเกิดโยโย่เอฟเฟกต์
  6. ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
    เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักเกิน
  7. เสริมความมั่นใจและคุณภาพชีวิต
    เมื่อรูปร่างและสุขภาพดีขึ้นต่อเนื่อง หลายคนจึงรู้สึกมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

ข้อดีและข้อจำกัดของการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

แม้ปากกาลดน้ำหนักจะเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมและช่วยควบคุมน้ำหนักได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่การทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัด จะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลรูปร่างได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น

ข้อดีของการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

  1. ช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง
    เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วเห็นผลค่อนข้างช้า เพราะตัวยาช่วยลดความหิวและควบคุมพฤติกรรมการกินได้ดีขึ้น
  2. ออกฤทธิ์ใกล้เคียงกลไกธรรมชาติของร่างกาย
    ตัวยาทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความอิ่ม จึงไม่ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางเหมือนยาลดน้ำหนักบางชนิดในอดีต
  3. ใช้งานสะดวก
    อุปกรณ์ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และใช้เข็มขนาดเล็ก จึงช่วยลดความกังวลเรื่องความเจ็บขณะฉีด
  4. ช่วยปรับพฤติกรรมการกินในระยะยาว
    เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องร่วมกับการดูแลสุขภาพ จะช่วยให้ร่างกายคุ้นชินกับปริมาณอาหารที่เหมาะสม และลดโอกาสเกิดโยโย่เอฟเฟกต์

ข้อจำกัดของการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

  1. อาจมีผลข้างเคียงในช่วงแรก
    เช่น คลื่นไส้ แน่นท้อง พะอืดพะอม หรือท้องผูก ซึ่งมักเกิดในช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวกับยา
  2. ต้องใช้อย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษา
    หากใช้งานไม่สม่ำเสมอหรือหยุดยาเอง อาจทำให้ผลลัพธ์ด้านการควบคุมน้ำหนักลดลง
  3. มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
    เมื่อเทียบกับวิธีลดน้ำหนักทั่วไป การใช้ปากกาลดน้ำหนักอาจต้องวางแผนค่าใช้จ่ายในระยะยาว
  4. ยังจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
    แม้ยาเป็นตัวช่วยสำคัญ แต่การควบคุมอาหาร การนอนหลับ และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลลัพธ์ในระยะยาว

ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร?

ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ยาที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยสนับสนุนการควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยกลุ่มที่อาจเหมาะกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ได้แก่

  • ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกินเกณฑ์มาตรฐาน
    เช่น BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือ BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปที่มีปัญหาสุขภาพร่วมด้วย
  • ผู้ที่มีโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักเกิน
    เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ผู้ที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วเห็นผลค่อนข้างช้า
    รวมถึงผู้ที่อยู่ในภาวะน้ำหนักคงที่ (Plateau) แม้พยายามดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมความหิว
    เช่น หิวบ่อย กินจุบจิบ หรือมีความอยากของหวานและแป้งระหว่างวัน
  • ผู้ที่จำเป็นต้องลดน้ำหนักก่อนการรักษาหรือผ่าตัด
    เพื่อให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการรักษา
  • ผู้ที่กังวลเรื่องโยโย่เอฟเฟกต์
    โดยเฉพาะผู้ที่เคยลดน้ำหนักได้แล้วกลับมาเพิ่มขึ้นอีก และต้องการปรับสมดุลความหิว-อิ่มในระยะยาว

ใคร “ไม่เหมาะ” กับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

แม้ปากกาลดน้ำหนักจะได้รับความนิยมและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมนและระบบทางเดินอาหาร จึงอาจไม่เหมาะสำหรับบางกลุ่ม หรือจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ได้แก่

  1. สตรีมีครรภ์ ให้นมบุตร หรือผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์
    เนื่องจากอาจส่งผลต่อทารกและไม่แนะนำให้ใช้ในช่วงดังกล่าว
  2. ผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด
    โดยเฉพาะ Medullary Thyroid Carcinoma (MTC) หรือกลุ่มอาการ MEN 2
  3. ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบ
    ทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงให้อาการกำเริบได้
  4. ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินอาหารรุนแรง
    เช่น ภาวะกระเพาะอาหารเคลื่อนตัวช้าผิดปกติ (Gastroparesis) หรือลำไส้อุดตัน
  5. ผู้ป่วยโรคไตหรือโรคตับระยะรุนแรง
    เนื่องจากร่างกายอาจกำจัดยาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  6. ผู้ที่เคยแพ้ยาในกลุ่ม GLP-1 หรือ GIP
    เช่น มีอาการผื่นรุนแรง หายใจลำบาก หรือบวมบริเวณใบหน้าและลำคอหลังใช้ยา
  7. ผู้ป่วยโรคทางจิตเวชบางกลุ่ม
    โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรง หรือมีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนใช้งาน

ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

ติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขาปราจีน-02
ติดต่อ Line-04
ติดต่อ Messenger-03

ปากกาลดน้ำหนัก vs ยาลดน้ำหนัก ต่างกันอย่างไร?

แม้ว่าปากกาลดน้ำหนักและยาลดน้ำหนักจะมีเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยควบคุมน้ำหนัก แต่ทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกันทั้งด้านกลไกการออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และแนวทางการใช้งาน

ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen)

ปากกาลดน้ำหนักออกฤทธิ์โดยเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย เช่น GLP-1 และ GIP เพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น และช่วยชะลอการทำงานของกระเพาะอาหาร จึงช่วยลดความหิวและควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้น

จุดเด่นคือไม่ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง จึงไม่ค่อยทำให้เกิดอาการใจสั่น หงุดหงิด หรือนอนไม่หลับเหมือนยาลดน้ำหนักบางชนิด อีกทั้งยังมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดการสะสมไขมันใหม่ โดยควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์


ยาลดน้ำหนัก (Diet Pills)

ยาลดน้ำหนักส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบรับประทาน และมักออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อช่วยลดความอยากอาหาร หรือกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น กระสับกระส่าย ปากแห้ง หรือมีปัญหาการนอนหลับ รวมถึงอาจเกิดภาวะโยโย่เอฟเฟกต์ได้ง่าย หากหยุดยาโดยไม่ได้ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตร่วมด้วย

ขั้นตอนการใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

แม้ปากกาลดน้ำหนักจะสามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง แต่เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการใช้งานผิดวิธี ควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม ดังนี้

  1. เตรียมตัวก่อนฉีด
    ล้างมือให้สะอาด และเลือกบริเวณสำหรับฉีดยา เช่น หน้าท้อง (ห่างจากสะดือประมาณ 2 นิ้ว) ต้นขา หรือบริเวณต้นแขน ซึ่งเป็นจุดที่มีชั้นไขมันเหมาะสำหรับการฉีดใต้ผิวหนัง
  2. เตรียมปากกาและปรับปริมาณยา
    ตรวจสอบว่ายาอยู่ในสภาพใส ไม่มีตะกอน จากนั้นติดตั้งเข็มเข้ากับปากกาให้แน่น และหมุนปรับปริมาณยา (Dose) ตามที่แพทย์กำหนด
  3. เริ่มฉีดยา
    ใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณผิวหนังและรอให้แห้ง วางปากกาในลักษณะตั้งฉากกับผิว แล้วกดปุ่มฉีดยาจนสุด
  4. กดค้างไว้หลังฉีด
    หลังตัวเลขบนปากกากลับสู่ 0 ควรกดค้างไว้ประมาณ 6-10 วินาที เพื่อให้ยาเข้าสู่ร่างกายได้ครบตามปริมาณที่กำหนด
  5. จัดเก็บอุปกรณ์อย่างถูกต้อง
    ถอดเข็มและทิ้งในภาชนะที่ปลอดภัย จากนั้นปิดฝาปากกาและเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาตามคำแนะนำ เพื่อรักษาคุณภาพของยา
ขั้นตอนการใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

ต้องใช้ปากกาลดน้ำหนักบ่อยแค่ไหน จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?

ความถี่ในการใช้ปากกาลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับชนิดของตัวยา โดยบางชนิดใช้วันละ 1 ครั้ง ขณะที่บางชนิดใช้เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักเริ่มรู้สึกว่าความหิวลดลง อิ่มเร็วขึ้น และควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกของการใช้งาน

สำหรับการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว มักเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ควรใช้ร่วมกับการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงประมาณ 3-6 เดือน

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

อาการข้างเคียงจากการใช้ปากกาลดน้ำหนักมักพบในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกของการเริ่มใช้ยา ซึ่งเป็นระยะที่ร่างกายกำลังปรับตัวกับตัวยา โดยส่วนใหญ่อาการมักไม่รุนแรงและค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง ได้แก่

  1. คลื่นไส้หรืออาเจียน
    มักเกิดเมื่อรับประทานอาหารในปริมาณมากเกินไปหลังใช้ยา
  2. ท้องผูกหรือท้องเสีย
    ระบบขับถ่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในช่วงแรกของการใช้ยา
  3. จุกเสียดหรือแน่นท้อง
    เกิดจากการที่กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น
  4. อ่อนเพลีย
    อาจพบได้ในช่วงแรก เนื่องจากร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารลดลงกว่าปกติ

วิธีการดูแลตัวเองหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก

เพื่อให้การใช้ปากกาลดน้ำหนักเห็นผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กันไป โดยมีแนวทางดูแลตัวเองดังนี้

  1. รับประทานอาหารในปริมาณพอเหมาะ
    ควรกินคำเล็ก ๆ เคี้ยวให้ละเอียด และหยุดรับประทานเมื่อเริ่มรู้สึกอิ่ม เพื่อลดอาการคลื่นไส้หรือแน่นท้องจากการที่กระเพาะอาหารทำงานช้าลง
  2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
    แนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อช่วยลดอาการท้องผูกและสนับสนุนการทำงานของระบบเผาผลาญ
  3. เน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
    เช่น โปรตีนคุณภาพดี ผักใบเขียว และอาหารที่มีใยอาหารสูง เพื่อช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและส่งเสริมระบบขับถ่าย
  4. หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและของทอด
    เพราะอาจย่อยได้ยากและกระตุ้นให้เกิดอาการจุกแน่นหรือคลื่นไส้มากขึ้น
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Weight Training) เพื่อช่วยกระชับรูปร่างและลดโอกาสผิวหย่อนคล้อยหลังน้ำหนักลด
  6. สังเกตอาการผิดปกติอยู่เสมอ
    หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวดท้องมาก อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ปากกาลดน้ำหนัก ปลอดภัยไหม?

ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาควบคุมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและเวชภัณฑ์ เช่น FDA ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อใช้อย่างถูกต้องและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ปากกาลดน้ำหนัก ราคาเท่าไร?

ราคาของปากกาลดน้ำหนักจะแตกต่างกันตามชนิดของตัวยา ยี่ห้อ และปริมาณยา โดยที่ยองโด คลินิก ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro (มอนจาโร) ราคาเริ่มต้น 1,690 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและความถี่ในการใช้งานของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาของยาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการดูแลโดยแพทย์ การติดตามผล และการปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับร่างกาย ซึ่งช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเห็นผลได้ต่อเนื่องมากขึ้น

ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม

ติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขาปราจีน-02
ติดต่อ Line-04
ติดต่อ Messenger-03

Q&A : ปากกาลดน้ำหนัก

โดยทั่วไปรู้สึกเจ็บน้อยมาก เพราะเข็มของปากกาลดน้ำหนักมีขนาดเล็กและสั้นมาก ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักรู้สึกเพียงคล้ายโดนสะกิดเบา ๆ ระหว่างฉีดยาเท่านั้น

แม้ตัวยาจะช่วยลดความหิวและทำให้ควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้น แต่การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดของหวาน และควบคุมแคลอรีร่วมด้วย จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีและยั่งยืนมากขึ้น

ปากกาลดน้ำหนักไม่ได้กระตุ้นระบบประสาทเหมือนยาลดน้ำหนักบางชนิด จึงมีโอกาสเกิด Yo-Yo Effect น้อยกว่า แต่หากกลับไปมีพฤติกรรมการกินแบบเดิม น้ำหนักก็สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกเช่นกัน

ระยะเวลาในการใช้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน โดยส่วนใหญ่มักใช้ต่อเนื่องประมาณ 3-6 เดือน เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมการกินและระบบเผาผลาญให้สมดุลมากขึ้น

การใช้ปากกาลดน้ำหนักควรเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ก่อนเสมอ หลังจากนั้นแพทย์จะให้คำแนะนำและสอนวิธีฉีดอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้งานเองที่บ้านได้อย่างปลอดภัย

logo Youngdo

BRANCH & CONTACT

ยองโด คลินิก เรามีสาขามากมายพร้อมให้บริการด้วยแพทย์ผู้มากประสบการณ์และพนักงานคอยให้คำปรึกษาดูแลคุณตั้งแต่ก่อนทำและหลังทำ

สาขา กทม. (อุดมสุข)

เลขที่ 8/8 อาคาร The Oak’s สุขุมวิท 103 อุดมสุข 46 เขตบางนา , Bangkok, Thailand, Bangkok
เปิดบริการ : วันพฤหัสบดี – จันทร์ เวลา 11.00 – 20.00 น.
เปิดบริการ : วันอังคาร – พุธ เวลา 13.00 – 22.00 น.
ปุ่มติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขากรุงเทพ-02
ปุ่ม Line
ปุ่ม Messenger
ปุ่ม Google Maps
แผนที่การเดินทางมาคลินิกยองโด สาขากรุงเทพ

สาขา ปราจีนบุรี

เลขที่ 410 เมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี ปราจีนบุรี, Prachin Buri, Thailand, Prachin Buri
เปิดบริการ : วันพฤหัสบดี – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 20.30 น.
เปิดบริการ : วันจันทร์ – อังคาร เวลา 11.00 – 19.00 น.
ปุ่มติดต่อผ่านโทรศัพท์-สาขาปราจีน-01
ปุ่ม Line
ปุ่ม Messenger
ปุ่ม Google Maps
แผนที่การเดินทางมาคลินิกยองโด สาขาปราจีน