
ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร?
ปากกาลดน้ำหนัก คือนวัตกรรมดูแลรูปร่างในรูปแบบยาฉีดใต้ผิวหนังที่ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวกในลักษณะคล้ายปากกา ตัวยาช่วยเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความหิวและระดับน้ำตาลในเลือด จึงช่วยลดความอยากอาหาร อิ่มได้นานขึ้น และสนับสนุนการปรับพฤติกรรมการกินในระยะยาว โดยการใช้ปากกาลดน้ำหนักควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยในการรักษา
ปากกาลดน้ำหนักมีลักษณะอย่างไร
ปากกาลดน้ำหนักถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และช่วยให้การฉีดยาเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยมีลักษณะเด่นดังนี้

กลไกการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนักทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนในกลุ่ม Incretin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร เพื่อช่วยควบคุมความหิวและระดับน้ำตาลในเลือด ตัวยาจะออกฤทธิ์ต่อสมองส่วนที่ควบคุมความอิ่ม ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น และลดความอยากอาหารระหว่างวัน
นอกจากนี้ ปากกาลดน้ำหนักยังช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารในกระเพาะ ทำให้รู้สึกหิวน้อยลง รวมถึงช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายนำพลังงานไปใช้ได้เหมาะสม และช่วยลดโอกาสการสะสมของไขมันใหม่ในระยะยาว
GLP-1 และ GIP คืออะไร?
GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) และ GIP (Gastric Inhibitory Polypeptide) เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความหิว การเผาผลาญพลังงาน และระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งร่างกายจะหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร
โดย GLP-1 มีบทบาทในการช่วยให้อิ่มเร็ว ลดความอยากอาหาร และชะลอการทำงานของกระเพาะอาหาร ส่วน GIP จะช่วยสนับสนุนการเผาผลาญพลังงานและการจัดการไขมันในร่างกาย เมื่อฮอร์โมนทั้งสองชนิดทำงานร่วมกันในรูปแบบ Dual Agonist จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับการออกฤทธิ์ของ GLP-1 เพียงอย่างเดียว
ปากกาลดน้ำหนักในปัจจุบันมีกลุ่มตัวยาอะไรบ้าง?
ปัจจุบันตัวยาที่ใช้ในปากกาลดน้ำหนักสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ตามกลไกการออกฤทธิ์ของยา ดังนี้
ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro (มอนจาโร) มีจุดเด่นอย่างไร?
Mounjaro (มอนจาโร) เป็นปากกาลดน้ำหนักรุ่นใหม่ที่ใช้กลไกการออกฤทธิ์แบบ Dual Mechanism ช่วยควบคุมความหิวควบคู่กับการสนับสนุนระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้
- ออกฤทธิ์แบบ 2 in 1
Mounjaro เป็นยาที่ทำงานร่วมกันทั้ง GLP-1 และ GIP ช่วยลดความอยากอาหาร พร้อมสนับสนุนการเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับยาบางรุ่นก่อนหน้า - ช่วยลดน้ำหนักได้ค่อนข้างดี
จากข้อมูลการศึกษา พบว่ามีส่วนช่วยลดน้ำหนักและสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการปรับพฤติกรรม - ฉีดเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ตัวยาออกฤทธิ์ได้นาน จึงสะดวกต่อการใช้งานและช่วยลดความยุ่งยากในการฉีดยาบ่อยครั้ง - ช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม
นอกจากเรื่องการควบคุมน้ำหนัก ยังมีส่วนช่วยดูแลระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมมากขึ้น
ปากกาลดน้ำหนักช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
การใช้ปากกาลดน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องการลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยปรับสมดุลความหิวและระบบเผาผลาญของร่างกายในระยะยาว โดยมีประโยชน์ที่น่าสนใจดังนี้

- ช่วยควบคุมความหิวได้ดีขึ้น
ลดความอยากอาหารระหว่างวัน รวมถึงช่วยลดการกินจุบจิบหรือความอยากของหวานและแป้ง - ช่วยปรับพฤติกรรมการกิน (Portion Control)
ทำให้อิ่มเร็วขึ้นแม้รับประทานในปริมาณน้อยลง จึงช่วยควบคุมปริมาณแคลอรีได้ง่ายขึ้น - ช่วยลดการสะสมไขมันใหม่
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น ช่วยลดโอกาสที่พลังงานส่วนเกินจะเปลี่ยนไปสะสมเป็นไขมัน - สนับสนุนระบบเผาผลาญพลังงาน
โดยเฉพาะกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ร่วมกับ GIP ซึ่งช่วยให้ร่างกายนำพลังงานจากไขมันมาใช้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น - ช่วยรักษาน้ำหนักในระยะยาว
เมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม จะช่วยสร้างวินัยการกินและลดโอกาสเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ - ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักเกิน - เสริมความมั่นใจและคุณภาพชีวิต
เมื่อรูปร่างและสุขภาพดีขึ้นต่อเนื่อง หลายคนจึงรู้สึกมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น
ข้อดีและข้อจำกัดของการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
แม้ปากกาลดน้ำหนักจะเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมและช่วยควบคุมน้ำหนักได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่การทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัด จะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลรูปร่างได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น
ข้อดีของการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
- ช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง
เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วเห็นผลค่อนข้างช้า เพราะตัวยาช่วยลดความหิวและควบคุมพฤติกรรมการกินได้ดีขึ้น - ออกฤทธิ์ใกล้เคียงกลไกธรรมชาติของร่างกาย
ตัวยาทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความอิ่ม จึงไม่ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางเหมือนยาลดน้ำหนักบางชนิดในอดีต - ใช้งานสะดวก
อุปกรณ์ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และใช้เข็มขนาดเล็ก จึงช่วยลดความกังวลเรื่องความเจ็บขณะฉีด - ช่วยปรับพฤติกรรมการกินในระยะยาว
เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องร่วมกับการดูแลสุขภาพ จะช่วยให้ร่างกายคุ้นชินกับปริมาณอาหารที่เหมาะสม และลดโอกาสเกิดโยโย่เอฟเฟกต์
ข้อจำกัดของการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
- อาจมีผลข้างเคียงในช่วงแรก
เช่น คลื่นไส้ แน่นท้อง พะอืดพะอม หรือท้องผูก ซึ่งมักเกิดในช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวกับยา - ต้องใช้อย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษา
หากใช้งานไม่สม่ำเสมอหรือหยุดยาเอง อาจทำให้ผลลัพธ์ด้านการควบคุมน้ำหนักลดลง - มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
เมื่อเทียบกับวิธีลดน้ำหนักทั่วไป การใช้ปากกาลดน้ำหนักอาจต้องวางแผนค่าใช้จ่ายในระยะยาว - ยังจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
แม้ยาเป็นตัวช่วยสำคัญ แต่การควบคุมอาหาร การนอนหลับ และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลลัพธ์ในระยะยาว
ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร?
ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ยาที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยสนับสนุนการควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยกลุ่มที่อาจเหมาะกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ได้แก่
ใคร “ไม่เหมาะ” กับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
แม้ปากกาลดน้ำหนักจะได้รับความนิยมและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมนและระบบทางเดินอาหาร จึงอาจไม่เหมาะสำหรับบางกลุ่ม หรือจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ได้แก่
- สตรีมีครรภ์ ให้นมบุตร หรือผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์
เนื่องจากอาจส่งผลต่อทารกและไม่แนะนำให้ใช้ในช่วงดังกล่าว - ผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด
โดยเฉพาะ Medullary Thyroid Carcinoma (MTC) หรือกลุ่มอาการ MEN 2 - ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบ
ทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงให้อาการกำเริบได้ - ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินอาหารรุนแรง
เช่น ภาวะกระเพาะอาหารเคลื่อนตัวช้าผิดปกติ (Gastroparesis) หรือลำไส้อุดตัน - ผู้ป่วยโรคไตหรือโรคตับระยะรุนแรง
เนื่องจากร่างกายอาจกำจัดยาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ - ผู้ที่เคยแพ้ยาในกลุ่ม GLP-1 หรือ GIP
เช่น มีอาการผื่นรุนแรง หายใจลำบาก หรือบวมบริเวณใบหน้าและลำคอหลังใช้ยา - ผู้ป่วยโรคทางจิตเวชบางกลุ่ม
โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรง หรือมีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนใช้งาน
ปากกาลดน้ำหนัก vs ยาลดน้ำหนัก ต่างกันอย่างไร?
แม้ว่าปากกาลดน้ำหนักและยาลดน้ำหนักจะมีเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยควบคุมน้ำหนัก แต่ทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกันทั้งด้านกลไกการออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และแนวทางการใช้งาน
ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen)
ปากกาลดน้ำหนักออกฤทธิ์โดยเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย เช่น GLP-1 และ GIP เพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น และช่วยชะลอการทำงานของกระเพาะอาหาร จึงช่วยลดความหิวและควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้น
จุดเด่นคือไม่ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง จึงไม่ค่อยทำให้เกิดอาการใจสั่น หงุดหงิด หรือนอนไม่หลับเหมือนยาลดน้ำหนักบางชนิด อีกทั้งยังมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดการสะสมไขมันใหม่ โดยควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
ยาลดน้ำหนัก (Diet Pills)
ยาลดน้ำหนักส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบรับประทาน และมักออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อช่วยลดความอยากอาหาร หรือกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น กระสับกระส่าย ปากแห้ง หรือมีปัญหาการนอนหลับ รวมถึงอาจเกิดภาวะโยโย่เอฟเฟกต์ได้ง่าย หากหยุดยาโดยไม่ได้ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตร่วมด้วย
ขั้นตอนการใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี
แม้ปากกาลดน้ำหนักจะสามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง แต่เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการใช้งานผิดวิธี ควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม ดังนี้
- เตรียมตัวก่อนฉีด
ล้างมือให้สะอาด และเลือกบริเวณสำหรับฉีดยา เช่น หน้าท้อง (ห่างจากสะดือประมาณ 2 นิ้ว) ต้นขา หรือบริเวณต้นแขน ซึ่งเป็นจุดที่มีชั้นไขมันเหมาะสำหรับการฉีดใต้ผิวหนัง - เตรียมปากกาและปรับปริมาณยา
ตรวจสอบว่ายาอยู่ในสภาพใส ไม่มีตะกอน จากนั้นติดตั้งเข็มเข้ากับปากกาให้แน่น และหมุนปรับปริมาณยา (Dose) ตามที่แพทย์กำหนด - เริ่มฉีดยา
ใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณผิวหนังและรอให้แห้ง วางปากกาในลักษณะตั้งฉากกับผิว แล้วกดปุ่มฉีดยาจนสุด - กดค้างไว้หลังฉีด
หลังตัวเลขบนปากกากลับสู่ 0 ควรกดค้างไว้ประมาณ 6-10 วินาที เพื่อให้ยาเข้าสู่ร่างกายได้ครบตามปริมาณที่กำหนด - จัดเก็บอุปกรณ์อย่างถูกต้อง
ถอดเข็มและทิ้งในภาชนะที่ปลอดภัย จากนั้นปิดฝาปากกาและเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาตามคำแนะนำ เพื่อรักษาคุณภาพของยา

ต้องใช้ปากกาลดน้ำหนักบ่อยแค่ไหน จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?
ความถี่ในการใช้ปากกาลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับชนิดของตัวยา โดยบางชนิดใช้วันละ 1 ครั้ง ขณะที่บางชนิดใช้เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักเริ่มรู้สึกว่าความหิวลดลง อิ่มเร็วขึ้น และควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกของการใช้งาน
สำหรับการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว มักเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ควรใช้ร่วมกับการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงประมาณ 3-6 เดือน
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
อาการข้างเคียงจากการใช้ปากกาลดน้ำหนักมักพบในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกของการเริ่มใช้ยา ซึ่งเป็นระยะที่ร่างกายกำลังปรับตัวกับตัวยา โดยส่วนใหญ่อาการมักไม่รุนแรงและค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง ได้แก่
- คลื่นไส้หรืออาเจียน
มักเกิดเมื่อรับประทานอาหารในปริมาณมากเกินไปหลังใช้ยา - ท้องผูกหรือท้องเสีย
ระบบขับถ่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในช่วงแรกของการใช้ยา - จุกเสียดหรือแน่นท้อง
เกิดจากการที่กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น - อ่อนเพลีย
อาจพบได้ในช่วงแรก เนื่องจากร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารลดลงกว่าปกติ
วิธีการดูแลตัวเองหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก
เพื่อให้การใช้ปากกาลดน้ำหนักเห็นผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กันไป โดยมีแนวทางดูแลตัวเองดังนี้
- รับประทานอาหารในปริมาณพอเหมาะ
ควรกินคำเล็ก ๆ เคี้ยวให้ละเอียด และหยุดรับประทานเมื่อเริ่มรู้สึกอิ่ม เพื่อลดอาการคลื่นไส้หรือแน่นท้องจากการที่กระเพาะอาหารทำงานช้าลง - ดื่มน้ำให้เพียงพอ
แนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อช่วยลดอาการท้องผูกและสนับสนุนการทำงานของระบบเผาผลาญ - เน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
เช่น โปรตีนคุณภาพดี ผักใบเขียว และอาหารที่มีใยอาหารสูง เพื่อช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและส่งเสริมระบบขับถ่าย - หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและของทอด
เพราะอาจย่อยได้ยากและกระตุ้นให้เกิดอาการจุกแน่นหรือคลื่นไส้มากขึ้น - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Weight Training) เพื่อช่วยกระชับรูปร่างและลดโอกาสผิวหย่อนคล้อยหลังน้ำหนักลด - สังเกตอาการผิดปกติอยู่เสมอ
หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวดท้องมาก อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ปากกาลดน้ำหนัก ปลอดภัยไหม?
ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาควบคุมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและเวชภัณฑ์ เช่น FDA ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อใช้อย่างถูกต้องและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
ปากกาลดน้ำหนัก ราคาเท่าไร?
ราคาของปากกาลดน้ำหนักจะแตกต่างกันตามชนิดของตัวยา ยี่ห้อ และปริมาณยา โดยที่ยองโด คลินิก ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro (มอนจาโร) ราคาเริ่มต้น 1,690 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและความถี่ในการใช้งานของแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาของยาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการดูแลโดยแพทย์ การติดตามผล และการปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับร่างกาย ซึ่งช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเห็นผลได้ต่อเนื่องมากขึ้น
Q&A : ปากกาลดน้ำหนัก

BRANCH & CONTACT
ยองโด คลินิก เรามีสาขามากมายพร้อมให้บริการด้วยแพทย์ผู้มากประสบการณ์และพนักงานคอยให้คำปรึกษาดูแลคุณตั้งแต่ก่อนทำและหลังทำ













