ตาสองชั้นกรีดสั้น กรีดยาว ต่างกันยังไง แล้วเราควรเลือกแบบไหนดีให้เข้ากับตาตัวเองที่สุด? เชื่อว่าหลายคนน่าจะกำลังงง ๆ อยู่ตอนหา
ข้อมูลทำตาสองชั้น บอกเลยว่า
แต่ละเทคนิคมีข้อดี, ข้อจำกัด และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของแผล, การฟื้นตัว และลุคที่ได้ ถ้าใครยังลังเลอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงเลย! เพราะบทความนี้รวมคำตอบมาให้เรียบร้อยแล้วค่า จากประสบการณ์ตรงของคุณหมอที่
ยองโด คลินิก รับรองว่าอ่านจบแล้วจะตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะเลยค่า
ทำความรู้จักกับตาสองชั้นกรีดสั้น กรีดยาว
ถ้าเรามีแพลนที่จะทำตาสองชั้นเนี่ย สิ่งที่หลายคนมักสงสัยเลยก็คือ จะกรีดสั้น หรือกรีดยาวดี? การทำตาสองชั้นกรีดสั้นและกรีดยาว โดยแต่ละแบบมีข้อดี – ข้อด้อยต่างกัน แล้วก็เหมาะกับรูปตาไม่เหมือนกันด้วยนะคะ งั้นเรามาทำความรู้จักแต่ละแบบกันดีกว่าค่ะ
ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม
เทคนิคกรีดสั้น
การทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้นหรือแบบแผลเล็ก ก็ตามชื่อเลยค่ะ คือหมอจะกรีดหนังตาแค่สั้น ๆ เริ่มตั้งแต่หัวตาแล้วไปจบแถว ๆ กลางตาเท่านั้น ไม่ได้กรีดยาวตลอดแนวตาแบบเต็ม ๆ ทำให้แผลเล็ก บวมน้อย แล้วก็ฟื้นตัวไวมาก
เทคนิคนี้จะไม่สามารถเข้าไปจัดการกับไขมันหรือผิวหนังส่วนเกินมากนักนะคะ เหมาะกับคนที่มีรูปตาเดิมสวยอยู่แล้ว แต่อยากเพิ่มชั้นตาให้ดูชัดขึ้นอีกนิด และสำหรับคนที่ไม่มีปัญหาหนังตาตก ไขมันเปลือกตาไม่เยอะ หรือใครที่อยากได้ลุคตาสองชั้นแบบเป็นธรรมชาติไม่เวอร์เกินไปค่ะ
ข้อดีของการกรีดสั้น
แผลเล็กมาก เพียง 0.5 – 1.5 ซม. เป็นรอยกรีดเล็ก ๆ บริเวณหัวตาไปจนถึง กลางตาเท่านั้น ไม่ต้องผ่าตลอดแนวเปลือกตาค่ะ
แทบไม่เห็นรอยแผลเป็น เมื่อแผลสมานดีแล้ว รอยกรีดจะกลืนไปกับรอยพับของชั้นตาเลยค่ะ
ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อย ผ่าตัดเสร็จไว เหมาะสำหรับคนมีเวลาจำกัด
อาการบวมช้ำน้อย เนื่องจากแผลเล็กและไม่รบกวนเนื้อเยื่อมาก อาการบวมน้อยกว่าการกรีดยาวค่ะ
ฟื้นตัวไว เทคนิคนี้ไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยค่ะ
ได้ลุคธรรมชาติ ชั้นตาดูละมุน ไม่โป๊ะ เหมือนตาสองชั้นที่มีมาตั้งแต่เกิด แต่งหน้าเบา ๆ ก็สวย
ข้อเสียของการกรีดสั้น
ปรับโครงสร้างตาได้ไม่เยอะ เพราะการกรีดสั้นจะเปิดแผลแค่ช่วงหัวตาถึงกลางตาเท่านั้น ทำให้หมอเข้าไปจัดการชั้นตาได้แบบจำกัด ถ้าใครมีปัญหาตาเยอะ ๆ เช่น ชั้นตาหลบในมาก ๆ หรืออยากปรับรูปตาชัด ๆ เทคนิคนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ค่ะ
ไม่เหมาะกับคนที่หนังตาเยอะ ตาปรือ หรือตาหลบใน ถ้าใครมีหนังตาหนา ไขมันเยอะ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย เทคนิคนี้อาจเอาไม่อยู่ค่ะ เพราะแผลเล็กเกินไป หมอจะเข้าไปแก้ไขลึก ๆ ได้ยากกว่าแบบกรีดยาว
เอาไขมันออกได้แค่นิดหน่อย แม้จะไม่ลึกเท่ากรีดยาว แต่หมอก็ยังสามารถเอาไขมันบางส่วนออกได้ ช่วยให้ตาดูเบาขึ้น ไม่บวมตุ่ย แต่ถ้าใครมีไขมันเยอะมาก ๆ ก็อาจจะต้องใช้เทคนิคอื่นที่จัดการได้ลึกกว่านี้ค่า
เทคนิคกรีดยาว
มาต่อกันที่สายอยากได้ชั้นตาชัด ๆ ต้องทำตาสองชั้นกรีดยาวเลยค่ะ เทคนิคนี้คือคุณหมอจะกรีดยาวตลอดแนวเปลือกตาบนเลย เพื่อเปิดชั้นตาใหม่ให้ดูคมชัด แล้วก็ตัดหนังตาส่วนเกินหรือไขมันที่ไม่จำเป็นออกไปด้วย
เพราะแผลกรีดยาว หมอเลยสามารถจัดการกับโครงสร้างดวงตาได้ละเอียดกว่าแบบกรีดสั้นมาก ๆ เหมาะสุดกับคนที่มีปัญหาเยอะหน่อย เช่น หนังตาหย่อนเยอะ ชั้นตาไม่เท่ากัน ตาหลบในเยอะ ๆ หรือตาเศร้าที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา หรือเป็นเคสที่แก้ตาเทคนิคนี้ก็ช่วยได้ค่ะ
ข้อดีของการกรีดยาว
แก้ปัญหาชั้นตาได้แบบละเอียด เทคนิคนี้คุณหมอจะเปิดแผลตลอดแนวเปลือกตา ทำให้สามารถจัดการกับโครงสร้างตาได้ชัดเจน เหมาะมากกับคนที่มีปัญหาเรื่องรูปตาค่อนข้างเยอะ
เก็บหนังตาส่วนเกินได้ ใครที่มีหนังตาเยอะหรือเปลือกตาหย่อน เทคนิคนี้สามารถตัดออกได้อย่างแม่นยำเลยค่ะ ทำให้ชั้นตาดูเปิดและคมขึ้น โดยไม่ต้องเย็บสูงให้ตารู้สึกตึงหรือดูตาล้า
แก้ปัญหาหนังตาตกได้ดี กรีดยาวช่วยยกแนวเปลือกตาให้สูงขึ้นได้ ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้นทันที
วางแนวชั้นตาได้ตามที่ต้องการ อยากได้ชั้นตาชัด ๆ แบบไหน หมอกำหนดแนวได้เป๊ะมากเลยค่ะ เพราะแผลเปิดกว้าง จึงวางโครงสร้างให้เข้ากับรูปหน้าได้ง่ายขึ้น
ทำร่วมกับเทคนิคอื่นได้ จะเปิดหัวตา เปิดหางตา หรือทำร่วมกับการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก็ทำได้ เพราะการกรีดยาวเปิดพื้นที่ให้หมอเข้าไปจัดการได้ลึกถึงโครงสร้างเลยค่ะ
ข้อเสียของการกรีดยาว
แผลยาวกว่าแบบกรีดสั้น เพราะเปิดแผลตลอดแนวเปลือกตาบน ทำให้แผลยาวกว่าแบบกรีดสั้นค่ะ
บวมช้ำมากกว่าเล็กน้อย การกรีดยาวต้องเปิดเนื้อเยอะขึ้นนิดนึงค่ะ เลยมีโอกาสบวมช้ำมากกว่าปกติ
ต้องพักฟื้นนานขึ้นนิดนึง โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ให้แผลหายดี และอาจต้องรอ 1 – 2 เดือนกว่าชั้นตาจะเข้าที่แบบปัง ๆ ค่ะ
ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่าเล็กน้อย เพราะหมอต้องกรีดเปิดชั้นตา เอาไขมันออก ตัดหนังตาส่วนเกิน แล้วเย็บแนวใหม่อย่างละเอียด เลยใช้เวลาผ่าตัดนานกว่าแบบกรีดสั้นค่ะ
ต้องดูแลแผลดี ๆ เพื่อป้องกันรอยแผลหรือพังผืด ควรดูแลแผลตามคำแนะนำคุณหมอแบบเคร่งครัดเลยนะคะ ช่วงแรกก็หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า หรือจับแผลบ่อย ๆ ด้วยค่ะ
ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม
เปรียบเทียบข้อแตกต่าง ตาสองชั้นกรีดสั้นและกรีดยาว
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เราได้สรุปข้อแตกต่างแบบเข้าใจง่ายไว้ให้แล้ว เทียบกันชัด ๆ ไปเลย จะได้เลือกแบบที่เหมาะกับตาของตัวเองที่สุดค่าา
ตารางเปรียบเทียบ ตาสองชั้นกรีดสั้น vs กรีดยาว
รายละเอียด
11502_00e69d-b3>
กรีดสั้น (Mini Incision)
11502_ca5d62-30>
กรีดยาว (Full Incision)
11502_da57fd-e6>
ตำแหน่งแผล
11502_85c435-f0>
กรีดสั้น 3 – 5 มม. เฉพาะหัวตา
11502_4727ba-1b>
กรีดยาวเต็มแนวเปลือกตาบน
11502_a3fed3-b8>
ความลึกในการแก้ปัญหา
11502_bee7cf-0c>
ปรับชั้นตาเบา ๆ ไม่ลึก
11502_92fd8d-69>
แก้ได้ลึกถึงไขมัน–กล้ามเนื้อ
11502_a8edd2-70>
ระยะเวลาผ่าตัด
11502_85d660-6a>
ประมาณ 30 – 45 นาที
11502_01d9b2-80>
ประมาณ 60 – 90 นาที
11502_e883c4-b9>
การตัดไขมัน / หนังตา
11502_fe3817-f5>
ได้เล็กน้อย (กรณีจำเป็น)
11502_e80a75-60>
ตัดได้ทั้งหนังตา ไขมัน กล้ามเนื้อส่วนเกิน
11502_68d646-b9>
การบวมช้ำหลังทำ
11502_70f1d2-29>
บวมน้อย / ช้ำบางจุดเล็กน้อย
11502_a18b4a-77>
บวมชัดเจนช่วง 3 – 5 วันแรก
11502_c5761e-c2>
ระยะเวลาพักฟื้น
11502_e96bdd-54>
ตัดไหมใน 5 – 7 วัน / เข้าที่ใน 2 – 3 สัปดาห์
11502_c24215-5d>
ตัดไหมใน 7 วัน / เข้าที่ใน 4 – 6 สัปดาห์
11502_e4f321-6d>
เหมาะกับใคร
11502_ae4ca3-6a>
คนที่มีชั้นตาเดิมอยู่แล้ว หนังตาบาง ไม่มีไขมันที่ชั้นตาเยอะ
11502_a22bfd-ba>
คนมีหนังตาหนา หนังตาตก หรืออยากเปลี่ยนรูปตาชัดเจน
11502_84b5ea-ad>
ทำตาสองชั้นแบบไหนดี? เคล็ดลับเลือกให้เหมาะกับตัวเอง
อยากทำตาสองชั้นแต่ยังลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดี? ไม่ใช่แค่ยื่นเรฟแล้วทำได้เลยนะคะโดยเราจะดูจากปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ
ตาเดิมของเรา
ตาชั้นเดียว / ชั้นตาบาง / ชั้นตาหลบในแบบเบา ๆ เหมาะกับเทคนิค กรีดสั้น โดยเฉพาะถ้าไม่มีไขมันหรือหนังตาหย่อนมาก จะช่วยให้ได้ชั้นตาชัดขึ้น ดูละมุนแบบธรรมชาติ และฟื้นตัวไวอีกด้วยค่ะ
หนังตาตก / ตาหนา / มีไขมันเปลือกตาเยอะ แนะนำเป็นกรีดยาว เพราะสามารถตัดหนังตาส่วนเกินหรือไขมันที่ทำให้ตาดูปิดออกได้ ทำให้ดวงตาเปิดขึ้นอย่างชัดเจน และชั้นตาดูสวยเข้ารูปมากขึ้น
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เคสนี้สามารถทำได้ทั้งแบบกรีดสั้นหรือกรีดยาว ขึ้นอยู่กับสภาพเปลือกตาค่ะ แต่ที่สำคัญคือต้องใช้เทคนิคยกกล้ามเนื้อตาร่วมด้วย เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาทำงานดีขึ้น ไม่ดูง่วงหรือปรือค่ะ
ตาลึก / เบ้าตาลึก / ตาโหล คุณหมอมักจะแนะนำให้ใช้ เทคนิคกรีดยาว เพื่อเปิดชั้นตาให้ชัดขึ้น และหากมีความลึกมาก อาจต้องเติมไขมันร่วมด้วย เพื่อเสริมวอลลุ่มบริเวณเบ้าตาให้ดูเต็ม สดใสขึ้น ช่วยให้ดูไม่โทรมหรือดูแก่ก่อนวัยค่ะ
ความคาดหวังหลังทำ
แต่ละคนอยากได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการเลือกเทคนิคก็ต้องให้ตรงกับลุคที่เราต้องการค่ะ
อยากได้ลุคหวานแบบเกาหลี แนะนำเทคนิคกรีดสั้นเลยค่ะ ชั้นตาจะดูบาง ๆ เป็นธรรมชาติ เหมือนมีตาสองชั้นมาตั้งแต่เกิดเลยค่ะ
อยากได้ชั้นตาชัดเจนแบบสายฝอ เทคนิคกรีดยาวตอบโจทย์สุด ๆ เพราะจะช่วยทำให้ชั้นตาดูคม และชัดเป๊ะขึ้น
อยากได้ลุคที่ดูสดใส ตาโตขึ้น อาจจะต้องใช้เทคนิคกรีดสั้นหรือกรีดยาวบาง ๆ เพื่อช่วยเปิดตาให้ดูกลมโตขึ้น โดยที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะจนเกินไปค่ะ
คำแนะนำจากคุณหมอ
ไม่ว่าจะอยากทำตาสองชั้นแบบไหน สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ การปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางค่ะ เพราะรูปตาของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเป็นความลึก, ความหนาของหนังตา, กล้ามเนื้อตา หรือปัญหาแอบแฝงอื่น ๆ ที่เราอาจไม่รู้ตัว
ที่ยองโด คลินิก คุณหมอไอยู จะช่วยประเมินให้อย่างละเอียดว่าเทคนิคแบบไหนเหมาะกับตาของเรา พร้อมออกแบบชั้นตาให้รับกับใบหน้า ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา และที่สำคัญคือลดโอกาสการแก้ซ้ำในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ
สรุป
ถ้าใครยังลังเลว่าตาสองชั้นกรีดสั้น กรีดยาว แบบไหนจะเหมาะกับตัวเองมากกว่ากัน เราได้สรุปไว้ให้แล้วค่ะ…
กรีดสั้น เหมาะกับคนที่เปลือกตาบาง ชั้นตาเดิมดีอยู่แล้ว แต่อยากให้ชัดขึ้นแบบธรรมชาติ ดูละมุน และไม่ต้องการพักฟื้นนาน
กรีดยาว เหมาะกับคนที่มีหนังตาตก, ตาหนัก, ตาหลบในเยอะ หรือเคยทำตามาแล้วต้องการแก้ให้เห็นชั้นตาชัด เปลี่ยนลุคให้สดใสขึ้นแบบชัดเจน
เทคนิคแต่ละแบบมีข้อดีที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับ
โครงสร้างตาเดิมและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลักเลยค่ะ ที่ยองโด คลินิก เราจึงออกแบบชั้นตาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตอบโจทย์จริง ๆ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตาแบบเราเหมาะกับเทคนิคไหน ลองเข้ามา
ปรึกษาคุณหมอ ที่ยองโด คลินิก ได้เลยน้าา ฟรี!ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษาความงาม